บทที่ 10 บ้านใหม่ของพวกเรา

By admin on Saturday, August 15, 2009
Filled Under: Lucky and I ปลาวุ่น ๆ ป่วนหัวใจ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีแล้วหลังจากที่ฉันพาเฟรนด์ลี่เข้าบ้านมาเพื่อที่จะให้เป็นคู่กับเจ้าลัคกี้ แต่ความพยายามของฉันในการที่จะให้ลัคกี้หลุดพ้นจากความโศกเศร้า เหงาหงอยและมีชีวิตคู่กับเฟรนด์ลี่อย่างมีความสุขเหมือนเมื่อครั้งที่เลิฟลี่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้ผลเพียงครึ่งเดียว

ลัคกี้มีท่าทีที่สดชื่นขึ้น ความซึมเศร้าค่อย ๆ หายไปทีละน้อย ๆ เมื่อมีเพื่อนตัวไล่เลี่ยกันมาอยู่ด้วยอีกตัวหนึ่ง แม้ไม่เหมือนเมื่อคราวสุดที่รักของมันมีชีวิตอยู่แต่ก็นับว่าดีขึ้นพอสมควร แต่ทว่าก็แค่เพื่อนเท่านั้นจริง ๆ …

พึ่งรู้ว่าฉันเดาใจลัคกี้ผิดถนัด ฉันคิดว่ามันจะมีความต้องการปลาสาวมาอยู่เป็นคู่ เหมือนเมื่อคราวที่ฉันพาเลิฟลี่ไปให้รู้จักกับมันจนกระทั่งมันใช้ชีวิตคู่ร่วมกันและออกลูกออกเต้ามามากมาย

ลัคกี้ไม่มีจิตปฏิพัทธ์ต่อเฟรนด์ลี่แม้เพียงนิดซึ่งผิดธรรมชาติของปลาที่เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์แล้วจะต้องวิ่งไล่ปลาตัวเมียตลอด ซึ่งปลาทองในเมืองไทยจะมีการผสมพันธุ์กันตลอดทั้งปี แต่มันกลับไม่สนใจปลาสาวสวยอย่างเฟรนด์ลี่เลย ทั้ง ๆ ที่เฟรนด์ลี่ก็โตพอและอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เหมือนกัน ตั้งแต่มันอยู่กันมาสองตัวน้ำในกาละมังไม่เคยเป็นสีขุ่นเลยสักครั้งเดียว…

ส่วนใหญ่แล้วลัคกี้จะทำท่ารำคาญเฟรนด์ลี่มากโดยการว่ายน้ำหนี แต่เฟรนด์ลี่ก็ว่ายน้ำตามไปติด ๆ ตลอดเวลา คงจะเหมือนผู้ชายที่รำคาญผู้หญิงตื้อ แต่ในใจก็อาจจะมีความรู้สึกภูมิใจอยู่ลึก ๆ ที่ตนเองมีคนคอยให้ความสนใจ แม้ว่าจะไม่รักไม่ชอบ แต่ผู้หญิงเองไม่ละความพยายาม การอยู่เป็นเพื่อนกันเฉย ๆ จึงน่าจะยอมรับได้

ทำหน้าที่แม่สื่อไม่สำเร็จ ฉันยังต้องทำหน้าที่กรรมการห้ามการแย่งอาหารอีก

ก็ขนาดภรรยาสุดเลิฟ ลัคกี้มันยังแย่งอาหาร แย่งเอา ๆ แล้วนี่กับหญิงที่มันไม่รู้สึกอะไรด้วยเลย มันจะทำยังไง

“ล้าค…กี้!!!” ลัคกี้อ้าปากชะงักชั่วครู่แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กระโดดฮุบอาหารเม็ดเข้าปากไปเกือบสิบเม็ดเหมือนเดิม มันยังคงลอยตัวอยู่เหนือน้ำแล้วรีบดูดอาหารเม็ดที่เหลือ ดัง จุ๊บ ๆ ๆ

ฉันว้ากมันก็เพราะว่ามันว่ายน้ำถลาชนเจ้าเฟรนด์ลี่ผู้ด้อยวาสนาจนกระเด็นติดขอบกาละมังไปเลย กว่าเฟรนด์ลี่จะได้สติและรีบตะเกียกตะกายว่ายกลับมาได้อาหารก็หมดแล้ว นี่ฉันจะทำยังไงกับเจ้าตะกละนี่ดีนะ

ปฏิกิริยาที่ลัคกี้มีต่อเฟรนด์ลี่เช่นนี้ ทำให้ฉันต้องรีวิวมุมมองของฉันต่อลัคกี้ใหม่และทำให้ฉันชื่นชมมันมากขึ้น หลังจากที่คอยแต่กระแทกแดกดันความตะกละของมันอยู่ตลอดเวลา

ฉันคิด(เอาเอง) ว่ามันคงเป็นปลาที่มีใจเดียว ให้ความรักมั่นคงต่อเลิฟลี่เพียงตัวเดียวเท่านั้น ดังคำกล่าวที่ว่า “แม้นแผ่นดินสิ้นหญิงที่หมายเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า”

มีคนเคยบอกว่าปลาทองเป็นปลาแห่งโชคลาภ คนที่เลี้ยงดูจะได้โชคดีมีความสุข ฉันไม่เคยเชื่อ แต่หลังจากที่ฉันเลี้ยงดูครอบครัวลัคกี้ ฉันผ่านการทดลองงาน ฉันได้ลูกค้ารายใหญ่หลายราย ต่อมาฉันได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน เงินเดือนที่สูงนั้นทำให้ความกดดันด้านหนี้สินบัตรเครดิตของฉันคลายลง ชีวิตจึงสดชื่นขึ้นเยอะ(มาก)

การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของชีวิตฉัน จะสามารถสรุปได้ไหมนะว่าอาจจะเป็นผลของบุญกุศลที่ฉันทำกับเจ้าปลาทองพวกนี้อย่างที่พี่แจ๊ดเคยบอกไว้

อย่างมงาย ๆ (ฉันบอกตัวเองค่ะ) หากฉันมัวแต่นั่งอยู่ออฟฟิศเฉย ๆ ไม่ขยันออกไปพบลูกค้าแล้วจะมีงานเข้าบริษัทได้อย่างไร เมื่อไม่มีงานเข้าบริษัทแล้วบริษัทจะมีกำไรพอที่จะขึ้นเงินเดือนให้ฉันได้อย่างไร แล้วเจ้านายฉันจะไว้วางใจเลื่อนตำแหน่งให้ฉันได้หรือ

“ไม่มีสิ่งใดที่ได้เปล่า ทุกย่างก้าวต้องลงแรง” นี่ต่างหากคือสิ่งที่ฉันยึดมั่น ฉันไม่สนใจเรื่องบุญกุศลใด ๆ ในการทำสิ่งที่เรียกว่า ”ความถูกต้อง” นอกจากความรู้สึกที่สบายใจและมีความสุขที่ได้ทำ

แต่ทว่า สิ่งที่ฉันมีความสุขที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องงานหรือเงินเดือน

“ได้ข่าวว่าลัคกี้มันมีลูกแล้วเหรอมี่?”

ฉันไม่ได้หูฝาด เสียงเขิน ๆ ของพี่นก เราไม่ได้คุยกันสามปีมาแล้ว เจอหน้าก็ไม่มองกัน เวลาต้องติดต่องานเธอจะให้คนอื่นมาพูดกับฉันตลอด ฉันเองไม่ได้โกรธเคืองอะไรเธอเลยเพราะฉันคิดว่าฉันก็มีความผิดที่ไปเอาของ ๆ เธอมา หลังเกิดเรื่องฉันยังพยายามยิ้มทักทายเธอเวลาเจอหน้าหรือเดินผ่านกัน แต่เธอกลับเชิดใส่ฉันและแกล้งไม่เห็นฉัน

มิตรภาพที่กลับคืนมามันมีค่ามากกว่าสิ่งใด เราไม่พูดเรื่องเก่า ไม่รื้อฟื้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครผิด ใครถูก พี่นกคอยถามไถ่ทุกข์สุขของลัคกี้เรื่อยมาหลังจากนั้น

ภาพพจน์ของพี่นกในใจฉันเปลี่ยนจาก “ผีดิบซี่โครงไก่” มาเป็น ”นางฟ้าซี่โครงไก่” (คือเธอยังคงผอมมากเหมือนเดิม)

ฉันไม่เคยคิดว่าจะช่วยเหลือลัคกี้เพื่อเอาบุญ ความรู้สึกรักและเวทนาสงสารที่เป็นนิสัยประจำตัวต่างหาก ที่ผลักดันให้ไม่ยอมปล่อยให้มันเน่าตายอยู่ในตู้ปลาใบนั้น จากที่พยายามไม่เลี้ยงสัตว์เพราะฉันกลัวเรื่องอารมณ์ผูกพันมาก ๆ ฉันกลับต้องถลำลึกไปกับความน่ารักของลัคกี้และครอบครัวของมัน

แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสแต่ฉันกลับมีความสุขมาก ทุกครั้งที่ได้ดู ได้มอง พวกมัน ฉันจะรู้สึกผ่อนคลายจากปัญหาต่าง ๆ
ประโยชน์ที่จับต้องได้คือความรู้ที่ดิฉันได้มาจากการปฏิบัติจริงนั้นสำคัญยิ่ง การเลี้ยงปลาเป็นงานที่ต้องการความเอาใจใส่สูง แต่หัวใจสำคัญง่าย ๆ คือ น้ำสะอาด อากาศพอดี อาหารสมดุล และหากเพิ่มความรักเข้าไปด้วยก็จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ความรู้ที่ได้มาทำให้ฉันกลายเป็นที่ปรึกษาด้านการเลี้ยงปลาทองให้เพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ชอบมาพูดคุยด้วยหัวข้อปลาทอง แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างจะละเอียด ระวังและคิดมากของฉัน ฉันมักจะดุเพื่อน ๆ ที่เลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงแบบไม่ระวัง จะบ่น บ่น บ่น จนทุกคนวิ่งหนี(ขี้เกียจฟัง)

ร้ายสุดคือ ฉันกลายเป็นคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างร้ายกาจ บ่อยครั้งที่ไปพบลูกค้า ขณะที่กำลังนั่งเกลี้ยกล่อมลูกค้าให้ใช้บริการสินเชื่อของบริษัทของฉัน สายตาหาเรื่องก็พลันเหลือบไปเห็นปลาทองหรือปลาอื่น ๆ ที่ดูเหมือนว่ากำลังป่วย ว่ายอยู่ในน้ำที่แสนจะสกปรก ฉันก็จะต้องบรรยายวิธีเลี้ยงปลาให้เข้าฟังและหยอกแกมบังคับให้เขาหาซื้อยามารักษาและเปลี่ยนน้ำปลาเสียในวันนั้น(หรือเวลานั้น)

หากพบเห็นตู้สกปรก หรือ อ่างเลี้ยงปลาสกปรก ฉันทนนั่งเฉยไม่ได้ ฉันต้องแว่วเสียงพวกปลากำลังร้องเรียกขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาอย่างน่าสงสาร

“ช่วยหนูด้วย ช่วยหนูด้วย ที่นี่สกปรกมาก หนูกำลังจะขาดออกซิเจนตายอยู่แล้ว…”

สิ่งที่ฉันบอกเจ้าของปลาก็คือ “อุ้ย! ดิฉันเปลี่ยนน้ำปลาให้เอาไหมคะ รู้สึกว่าน้ำขุ่น ๆ ยังไงก็ไม่รู้ คือดิฉันเลี้ยงปลาน่ะค่ะ ถ้าน้ำสกปรกมันจะป่วยตาย ฯลฯ”

“ขอโทษนะคะ คือเป็นคนไม่ชอบเห็นน้ำขุ่น ค่ะ เห็นแล้วต้องอยากเปลี่ยนน้ำให้ปลาทันที…คือเป็นคนรักสัตว์ค่ะ”

คุณคงเดาสีหน้าของลูกค้าของฉันออกนะคะว่าจะเป็นอย่างไร

ถ้าหากว่า “ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี” ฉันคงเป็นผู้ร้ายเต็มตัว แต่ดิฉันจำต้องเป็นผู้ร้ายเพื่อที่จะปกป้องชีวิตน้อย ๆ ที่แสนจะบริสุทธิ์เหล่านั้น เมื่อทำได้แล้วดิฉันจะรู้สึกคลายความห่วงใย กังวลใจ เป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นสองเหตุการณ์ที่พึ่งประสบมาหมาด ๆ ไม่นานนี้

เมื่อประมาณสี่เดือนที่ผ่านมา ฉันไปทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิทแห่งหนึ่ง ขณะนั้นทางโรงแรมกำลังจัดเทศกาลอาหารทะเล จึงมีการตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับคอนเซ็ปของงานด้วยการทำห้องอาหารให้ดูแบบทะเล ๆ อย่างสวยงาม แรกที่เดียวฉันชื่นชมการจัดสถานที่ที่ได้บรรยากาศมากอารมณ์จึงรู้สึกชื่นมื่นรื่นรมย์ ขณะที่ลุกไปตักอาหารด้วยความเพลิดเพลิน สายตาก็เหลือบไปเห็นกล่องใส่ปลามีชีวิตวางอยู่บนชั้นสองของเคานท์เตอร์วางอาหาร ซึ่งเป็นระดับสายคนตักอาหารนั่นเอง ฉันเกิดอาการฉุนกึกทันที

ภาพที่เห็นคือลูกปลาเหล่านั้นแออัดกันอยู่ภายในกล่องกระจกสี่เหลี่ยม ส่วนใหญ่ว่ายน้ำมาออกันบริเวณผิวน้ำและอ้าปากผะงาบ ๆ มันมีอาการเหมือนปลาที่กำลังขาดออกซิเจน เมื่อมองสำรวจอย่างละเอียดก็พบว่าโรงแรมชุ่ยมากคือไม่ได้ใส่สายออกซิเจนลงไปให้อากาศปลาเลย มันเป็นสิ่งที่แย่มากในสายตาของฉัน คือว่า โรงแรมเอากล่องกระจกสี่เหลี่ยมคล้าย ๆ กับกล่องที่ใส่ขนมหวานใส่ไอศกรีมรถเข็น หรือขนมหวานแบบไทย ๆ สีสวยงามเช่นลอดช่อง ซาหริ่ม รวมมิตร ฯลฯ ขนาดกล่องประมาณ 8  8  8 นิ้ว และ 8  8  10 นิ้ว ทั้งหมดประมาณสี่ห้าใบ บรรจุปลาทองตัวเล็ก ๆ กล่องละประมาณสิบถึงสิบห้าตัว เอาไปวางประดับไว้บนเคานท์เตอร์ที่วางอาหารรูปวงกลมกลางห้องอาหารสามใบ โต๊ะวางของหวานหนึ่งใบ และมุมอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งใบ

ฉันรีบเรียกผู้จัดการห้องอาหารมาแจ้งทันทีว่าควรจะมีออกซิเจนให้ปลาไม่งั้นมันตายหมู่แน่ ๆ ประมาณด้วยสายตาแล้ว ลูกปลาทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบตัว

ผู้จัดการรีบแจ้งว่าทางคนจัดอยากให้ได้บรรยากาศเก๋ไก๋คือทานอาหารทะเลแล้วมีปลาจริง ๆ ว่ายน้ำไปมาอยู่ตรงหน้า และบอกว่าปลาเลี้ยงได้ไม่ต้องใช้ออกซิเจน

ฉันรู้สึกโกรธมากขึ้นแต่ทำใจเย็นอธิบายเขาไปว่าฉันเข้าใจในคอนเซ็ปของเขาและขอชมว่าสวยงามดี แต่จะให้แขกนั่งทานอาหารท่ามกลางอาการที่ปลาต่างพากันว่ายน้ำอ้าปากผะงาบ ๆ กันบริเวณผิวน้ำซึ่งไม่ใช่ภาวะปกติแน่นอนอย่างนั้น แขกจะทานอาหารลงไปได้อย่างไร อีกทั้งเขาใช้กล่องสี่เหลี่ยมทรงแคบสูง ซึ่งดูเก๋แต่ปลาไม่รู้สึกเก๋แน่นอน หากอีกครึ่งชั่วโมงปลาทะยอยกันตายไปจะมาบอกว่าเสียใจก็สายเสียแล้ว บาปกรรมเปล่า ๆ ผู้จัดการพยักหน้าเออออเออออ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องโดยไม่ยอมออกมาอีก

ฉันกระวนกระวายสุดจะทนที่เห็นลูกปลาพากันว่ายน้ำลอยคอบริเวณผิวน้ำเป็นฝูง ๆ แบบนั้น เมื่อผู้จัดการไม่ยอมออกมา ฉันก็ใช้วิธีการให้แฟน(ขณะนั้นมีแฟนแล้วค่ะ)และน้องสาวของเขาช่วยพูดกับพนักงานทุกคนที่นั่นเกือบทุกคน พนักงานทุกคนเมื่อรับคำร้องเรียนก็เดินเข้าห้องผู้จัดการไป สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ออกมายกกล่องใส่ปลากลับเข้าไป ซึ่งฉันก็ไม่เห็นว่าความสวยงามของที่นั่นจะน้อยลงกว่าเดิมแต่อย่างใด

อีกเหตุการณ์หนึ่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง(มิถุนายน 46) ขณะกำลังเดินชมห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสยาม ฉันเหลือบไปเห็นตู้ปลาที่เคานท์เตอร์ข้อมูลของร้านขายมือถือชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นเคานท์เตอร์ที่ออกแบบได้สวยงามมากเช่นกัน เคานทเตอร์ไม้สีอ่อนวางเด่นอยู่ตรงกลางร้านช่วงล่างออกแบบเป็นตู้ปลาทรงสี่เหลี่ยมสูง ภายในตกแต่งบรรยากาศใต้น้ำได้งดงามมาก มีปลาทองตัวเขื่องสี่ห้าตัวว่ายไปมาน่ารักมาก แต่ที่สะดุดตาฉันคือ น้ำในตู้ปลาเป็นสีเหลืองขุ่นมัว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนน้ำมานาน แฟนฉันกับคุณแม่ของเขาเห็นสีหน้าของฉันแล้วก็ทำมือไล่ให้ไปจัดการเสีย ฉันจึงเดินเข้าไปบอกทางร้านว่าควรจะเปลี่ยนน้ำได้แล้วนะเพราะสงสารปลามัน ในขณะที่คนเดินเข้าออกร้านกันขวักไขว่แฮปปี้เหลือเกิน ยืนเขียนข้อมูลก็บนเคานท์เตอร์นั้น แต่ปลาพวกนั้นอาจจะกำลังอึดอัดแทบขาดใจ หรือเชื้อโรคกำลังก่อตัวขึ้นเตรียมจะกัดกินพวกมัน น่าสงสารจะตายไป แต่ร้านนี้ฉันประทับใจเพราะน้อง ๆ ที่ร้านขอบคุณฉันแล้วบอกว่าแจ้งให้บริษัทมาเปลี่ยนน้ำแล้วคิดว่าน่าจะมาวันนี้ และเมื่อฉันกลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น(ไม่ได้ว่างมากหรอกนะคะถึงไปเดินได้ทุกวัน คือคุณพ่อคุณแม่แฟนของดิฉันชอบทานอาหารบุปเฟต์ญี่ปุ่นที่นั่นค่ะ) ก็พบว่าปลาทองเหล่านั้นกำลังว่ายน้ำอย่างมีความสุขมากในน้ำที่สะอาดสดใส

ฉันย้ายลัคกี้ เฟรนด์ลี่ กับลูก ๆ ยี่สิบกว่าตัวไปไว้ที่บ้านคุณแม่ของฉันในเดือนธันวาคม 2001 หลังเกิดเหตุการณ์โศกนาฐกรรมที่ตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ของนิวยอร์คเพียงหนึ่งเดือน โดยขอให้ท่านเป็นผู้คอยดูแล

คุณแม่ตัดสินใจทิ้งคุณพ่อจากสงขลามาอยู่ที่กรุงเทพเพื่อที่จะมาดูแลลูกสาวคนเดียวของท่านก็คือ ฉัน ส่วนคุณพ่ออีกหนึ่งปีถึงจะตามมาอยู่ด้วยกันได้หลังจากเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ส่วนพี่ชายของฉันซึ่งมีครอบครัวแล้วได้ย้ายตามภรรยาของเขาไปอยู่ที่เชียงใหม่ บ้านที่คุณแม่ซื้อเป็นทาวเฮาส์สีครีมขาวสองชั้น สามห้องนอน สองห้องน้ำ พื้นที่ประมาณสามสิบตารางวา ฉันและแม่มาสำรวจทำเลแถวนี้นานพอสมควรกว่าจะตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้(เดินดูจนสองแม่ลูกรองเท้าสึกไปหลายคู่ค่ะ)

หมู่บ้านนี้สร้างโดยบริษัทสร้างบ้านมีชื่อบริษัทหนึ่งของประเทศไทย ฉันเลือกโครงการของบริษัทนี้เพราะเขามีชื่อเรื่องความรับผิดชอบ แม้เมื่อยามเศรษฐกิจเขาบ้านเราพังเมื่อปี 2542 มีบริษัทสร้างบ้านมากมายที่เกิดปัญหาและทิ้งลูกค้าทิ้งโครงการ เจ้าของโครงการหนีไป ทำความเดือดร้อนให้ประชาชนตาดำ ๆ มากมาย รวมทั้งญาติ ๆ ของฉันหลายคน แต่บริษัทนี้ก็อดทนฟันฝ่ามรสุมด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้าของเขามาจนถึงปัจจุบัน

เหตุผลข้อที่สองที่ตัดสินใจเลือกหมู่บ้านนี้ก็คือ เป็นหมู่บ้านที่ร่มรื่นมีต้นไม้เขียวชอุ่มขึ้นอยู่ทุกบ้าน ฉันมีความคิดว่าคนที่รักต้นไม้ ชอบปลูกต้นไม้มักจะมีจิตใจที่ดีงาม ไม่สร้างปัญหาให้กับใคร เพื่อนบ้านที่นี่ต่างมีจิตใจดีและเข้ากับคุณแม่ฉันได้ดีมาก เวลาเย็น ๆ คุณแม่แทบจะไม่ต้องทำอาหารเลย(เข้าทางคุณแม่เพราะท่านเป็นคนไม่ชอบทำอาหาร) เพราะคนข้างบ้านมีน้ำใจมาก จะคอยดูเมื่อเห็นคุณแม่อยู่คนเดียวก็จะแบ่งอาหารมาให้คุณแม่ช่วยชิม คุณแม่บอกว่าเราถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพราะปกติคุณแม่จะไม่ไปไหนไกล ๆ ดังนั้นคนข้าง ๆ บ้านมักจะไหว้วานให้ท่านช่วยเฝ้าบ้าน หรือให้อาหารสุนัข เวลาที่พวกเขาไปเที่ยวต่างจังหวัดตามเทศกาลต่าง ๆ

การเคลื่อนย้ายปลาทองซึ่งเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวไม่ใช่งานง่ายเลย หากหยิบจับไม่ระมัดระวังปลาอาจจะตายไปทั้งหมด หลักสำคัญคือจะต้องแน่ใจว่าอากาศที่ใส่ไว้ในภาชนะใส่ปลาเพียงพอ หากระยะทางไกลมากใช้เวลาเดินทางยาวนาน ระหว่างทางกระทบกระแทกรุนแรงปลาก็มักจะตาย
หากใส่ถุงพลาสติกอัดอากาศแบบที่ร้านขายปลาใช้กันก็จะดีมาก แต่ฉันใช้ถังน้ำที่ซื้อมาใหม่สองถังแบบมีฝาปิดใส่เจ้าลัคกี้กับเฟรนด์ลี่หนึ่งถัง อีกถังใส่ลูกมันที่เหลืออยู่ ใช้น้ำเก่าที่ใช้เลี้ยงพวกมันใส่ลงไปโดยระวังเรื่องระดับน้ำเช่นเคยไม่ให้สูงไป ใส่ออกซิเจนเกล็ดลงไปตามสัดส่วนกับปริมาณน้ำแล้วปิดฝาเอาขึ้นรถอย่างเบามือ

ในการหยิบจับปลาเพื่อเคลื่อนย้ายหรือถ่ายน้ำ ฉันไม่ใช้กระชอนช้อนปลาอย่างเด็ดขาด แต่จะใช้ขันน้ำตักปลาโดยให้มีน้ำอยู่พอสมควรอยู่ตลอดเพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บกับปลาเช่น ตัวถลอก หรือครีบ หาง หัก กลายเป็นปลาพิการไป พี่คนขายปลาเป็นคนสอนฉันอีกเช่นกัน พี่เขาบอกว่าคนทั่วไปไม่เข้าใจว่ากระชอนไม่ว่าจะนุ่มดีขนาดไหน จะทำให้ครีบหรือหางของปลาติดกับผ้ากระชอน หรือไม่ก็ตัวปลาอาจจะทับครีบหรือหางของตัวเองจนหัก พิการไป โดยที่คนซื้อก็ไม่รู้ เป็นอีกสาเหตุที่ทำร้ายปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ

บางสายผู้เชี่ยวชาญบอกว่าให้จับปลาโดยใช้อุ้งมือสองข้างประคองที่ท้องอย่างนุ่มนวล จะเป็นวิธีถนอมปลามากที่สุด แต่บางผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไม่ควรใช้มือสัมผัสปลาโดยตรงเพราะจะทำให้ปลาตกใจกลัวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงยังสรุปไม่ได้ว่าคำแนะนำของใครดีกว่า แต่ที่แน่ ๆ ฉันใช้ขันน้ำและกระบวยตักน้ำก้านยาวตักปลาทุกครั้ง

เนื่องจากกลัวว่าพวกมันจะกระทบกระเทือนฉันค่อย ๆ เคลื่อนรถโดยไม่สนใจว่าใครจะบีบแตรไล่ หรือขับรถมาปาดหน้าจ้องหน้า (เสียภาษีเหมือนกันย่ะ) บนทางด่วนฉันก็ชิดซ้ายแล้วแต่ไม่รู้ว่าขับช้า ชิดซ้าย ยังอุตส่าห์หนักศรีษะคนอื่นอีก ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสี่สิบห้านาทีก็ถึงบ้านใหม่
เมื่อเอาพวกมันใส่ตู้ใหม่ที่เตรียมไว้ฉันก็พบกับสิ่งที่ต้องทำใจ ฉันเตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะต้องเสียบางตัวที่อ่อนแอไปในคราวนี้ เจ้าพวกตัวเล็กเสียไปห้าตัว ตัวอื่น ๆ มีอาการเหมือนกับว่าเมารถ พวกมันว่ายน้ำแบบหัวทิ่ม บางตัวก็หงายท้อง แต่พ่อของมันรวมทั้งแม่เลี้ยงเฟรนด์ลี่ยังมีอาการดีอยู่ โดยเฉพาะลัคกี้มันดูแข็งแรงเหมือนเดิม

ฉันมีบ้านใหม่ พวกลัคกี้ก็มีบ้านใหม่คือตู้ปลาใบใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวประมาณเกือบหนึ่งเมตร ความสูงพอประมาณ มีฝาปิดสีดำภายในฝาติดไฟนีออนให้แสงสว่างยามค่ำคืน ในตู้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำพิเศษ ภายในตกแต่งด้วยหิน ทรายและต้นไม้ปลอมอย่างสวยงามน่าอยู่มาก ตู้ใบนี้ ฉันกัดฟันซื้อในราคาสี่พันบาทเพื่อให้สะดวกกับคุณแม่ในการดูแล ฉันรวมครอบครัวลัคกี้ทั้งหมดไว้ในตู้เดียวกัน เพราะลูก ๆ ของมันมีขนาดโตขึ้นมากแล้ว จะได้ไม่ต้องแยกดูตัวพ่อแม่ แล้วยังต้องดูลูก ๆ อีก บ้านใหม่ของครอบครัวลัคกี้ถูกวางไว้ที่ด้านซ้ายมือของโรงจอดรถหน้าบ้าน เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำโดยใช้สายยางรดน้ำต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ

ลัคกี้กับลูก ๆ คงจะชอบบ้านใหม่หลังนี้เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง มีท่อพ่นออกซิเจนเป็นฝอยซึ่งพ่นออกมาคราวละมาก ๆ ให้พวกมันได้เล่นกันสนุกสนาน มันชอบว่ายเอาตัวมาจ่อตรงท่อให้ออกซิเจนพ่นออกมาถูกลำตัว อาจจะแก้คันก็เป็นได้

หากไม่ติดงานล่วงเวลา ฉันจะมาค้างกับคุณแม่รวมทั้งเยี่ยมลัคกี้กับครอบครัวที่บ้านนี้แทบทุกเสาร์อาทิตย์ คุณแม่จะกระแนะกระแหนลัคกี้เสมอว่า

“แหม พอแม่แกมาทำเป็นระริกระรี้ น่าหมั่นไส้”

คุณแม่บอกว่าเห็นได้ชัดว่าพอเห็นฉันเดินเข้าบ้านมา ลัคกี้จะมีท่าทีตื่นเต้นผิดหูผิดตาเลยทีเดียว มันจะว่ายมาชิดกระจกผนังตู้ด้วยความสดชื่นรื่นเริง เฟรนด์ลี่กับลูกๆ ของมันก็จะพลอยรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย

วันนี้ฉันมาช่วยคุณแม่เปลี่ยนน้ำทำความสะอาดตู้ให้ลัคกี้ จริง ๆ แล้วคนขายบอกว่าระบบกรองน้ำของตู้ที่ใช้การทดน้ำผ่านลูกบอลกลม ๆ และปะการังนั้นมีการใส่แบคทีเรียที่ฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ไว้ในปะการัง ดังนั้นไม่ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยอาจจะเปลี่ยนสามเดือนครั้งก็ได้ แต่ฉันให้แม่เปลี่ยนถ่ายน้ำยี่สิบเปอร์เซนต์ทุกอาทิตย์เพื่อความสะอาด

ขณะนั่งมองลัคกี้กับลูก ๆ ว่ายน้ำเล่นออกซิเจนกันอย่างสนุกสนาน ฉันนึกย้อนไปถึงวันแรกที่พบลัคกี้ตลอดจนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาสี่ปีกว่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างช่างเหมือนความฝัน

วันนี้ฉันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของลัคกี้ คือ มันมีท่าทีที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มันว่ายน้ำอย่างสุขุมรอบคอบและสง่าผ่าเผย อาจจะด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นเพราะปีนี้มันก็มีอายุอย่างน้อย ๆ สี่ขวบ ในขณะที่อายุปลาออรันดาทั่วไปคือ 5-10 ปี(ปกติยากที่จะมีปลาที่ได้รับการเลี้ยงดูจนมีอายุยืนยาวเช่นนี้)

เพื่อน ๆ ของฉันต่างยกนิ้วให้ลัคกี้ว่ามันมีอายุยืนมาก พวกเราแทบจะไม่เคยพบปลาทองที่ได้รับการเลี้ยงดูทั่วไปแล้วมีอายุยืนขนาดนี้ จะว่าไปลัคกี้ก็เป็นปลาแก่ ๆ ตัวหนึ่งแล้วในเวลานี้ ฉันอดคิดไม่ได้ว่ามันจะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน เพียงแค่คิดน้ำตาก็ซึมออกมา
ลัคกี้ผละจากลูก ๆ ว่ายน้ำพุ่งตรงมาที่ฉัน ตากลมโตบ๊องแบ๊วมองตรงมาอย่างมุ่งมั่น

ฉันปาดน้ำตา ใจสั่นระทึก มันน่ารักมากจริง ๆ มันจำแม่ของมันได้ มันคงอยากจะคุยกับฉัน โอ้ ลัคกี้ลูกรักของแม่…

“ฟลั่บ!!! จ๊วบ ๆๆจ๊าบ ๆๆจ๊วบๆๆ…”

น้ำแตกกระจาย ลัคกี้หักตัวพุ่งขึ้นไปฮุบอาหารเที่ยงที่คุณแม่ฉันหยอดลงไปให้(แม่เดินมาเมื่อไหร่ไม่รู้) เฟรนด์ลี่กับ เจ้าตัวเล็ก ๆกระจัดกระจาย
กันไปคนละทิศละทางจากแรงกระแทกน้ำและแรงสะบัดของหางเจ้าลัคกี้

“ไอ้ล้าค กี้!!…!”

Leave a Reply