เลิฟลี่และลูก ๆ ที่ตายจากไป ฉันเอาไปฝังไว้ที่โคนต้นกัลปพฤกษ์ชั้นล่างของคอนโด ทุกครั้งฉันจะอธิษฐานขอให้พวกมันทุกตัวไปสู่สุขคติ หากมีชาติหน้าจริงและพวกมันมีเวรกรรมจะต้องเกิดมาอีก ขอให้ได้เกิดในที่สบาย ๆ มีชีวิตที่ดี
เช้าวันเสาร์วันหนึ่งหลังจากเลิฟลี่จากพวกเราไปได้สองเดือน คุณแม่ของฉันก็บุกมาถึงคอนโดในขณะที่ฉันกำลังทำความสะอาดบ้านให้ลัคกี้กับลูก ๆ พอดิบพอดี พื้นห้องจึงเจิ่งนองไปด้วยน้ำ กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้ห่อใส้เครื่องกรองใช้แล้ววางระเกะระกะและเลอะเทอะไปด้วยอึและสิ่งสกปรกจากลัคกี้และลูก ๆ ของมัน พื้นห้องน้ำก็มีอึปลาสีดำ น้ำตาล ๆ เป็นจุด ๆ รวมทั้งเมือกปลาลื่นๆ เกาะอยู่เต็มไปหมด
เมื่อคุณแม่เห็นสภาพลัคกี้กับครอบครัวของมัน คุณแม่ก็พูดไม่ออก
“คุณแม่จะไปไหนเหรอคะ” ฉันถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นคุณแม่ทำท่าหันหลังกลับไปที่ประตู
“กลับบ้าน” คุณแม่ตอบ
“ไม่ให้กลับค่ะ แหมอุตส่าห์นั่งรถมาตั้งนาน มานี่เลยค่ะ มาช่วยหนูเปลี่ยนน้ำให้ปลา”
“โถ โถ ลูกขา ขนาดว่าถ้าแกมีลูก ฉันยังจะไม่รับเลี้ยงเลย แล้วจะให้ฉันมาช่วยแกเลี้ยงปลาเนี่ยะนะ”
“โธ่ คุณแม่ขา ถือว่าเอาบุญเถอะค่ะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว นะ นะ”
คุณแม่ต้องช่วยฉันล้างทรายและขัดเครื่องกรองน้ำ ล้างไปก็บ่นไปเพราะว่าทรายสกปรกมาก ต้องล้างกว่าสิบครั้งถึงจะสะอาดปราศจากอึปลาที่หมักหมมอยู่
ด้วยภาระที่ฉันต้องคอยดูแลครอบครัวเจ้าลัคกี้ทำให้ฉันยุ่งมาก ฉันจึงเลื่อนการกลับบ้านตามเทศกาลต่าง ๆ จนกระทั่งในที่สุดคุณพ่อของฉันก็สุดจะทนที่ลูกสาวไม่กลับไปเยี่ยมปีกว่าแล้ว จึงส่งคุณแม่บุกมาที่คอนโดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาของตนเองว่าเหตุผลที่ฉันอ้างว่าทิ้งปลา(มันเป็นบาปถ้าปลาตาย) เพื่อกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ไม่ได้จริง ๆ นั้นมันจริงแค่ไหน
ก็ตั้งแต่ฉันอุ้มเจ้าลัคกี้มานั่นเอง ฉันไม่อาจตัดใจทิ้งมันไว้ตัวเดียวได้ เพราะห่วงว่าจะเกิดปัญหาในทุกเรื่อง ไหนจะเรื่องอาหาร แม้ว่าผู้จัดการคอนโดจะอาสาเข้ามาในห้องให้อาหารมันแทนฉันก็ตาม ยังมีเรื่องน้ำอีก ใครจะช่วยเปลี่ยนน้ำให้มัน พี่บัญชายืนยันกับฉันว่าเปลี่ยนเดือนละครั้งก็ได้แต่ฉันเปลี่ยนน้ำให้เจ้าลัคกี้อาทิตย์ละหลาย ๆ ครั้งก็เลยกลัวว่ามันจะทนรอฉันกลับมาไม่ได้จะตายจมน้ำเน่าไปเสียก่อน เรื่องไฟฟ้าอีก ที่คอนโดไฟดับบ่อย เป็นอีกเรื่องที่ฉันกังวลมากที่สุด เพราะลัคกี้ชินกับการมีออกซิเจนในน้ำแล้ว หากไฟดับจะเป็นอันตรายกับมันแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ลัคกี้ไม่ใช่ตัวคนเดียวแต่มันมีภรรยาและลูก ๆ เป็นฝูง หากไฟดับคงตายหมู่แน่
ยังมีเรื่องสายออกซิเจนหลุดจากมอเตอร์ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันมีประสบการณ์ที่ไม่ลืมอีกเรื่องหนึ่ง เป็นสิ่งที่ตอกย้ำความผูกพันของฉันและครอบครัวเจ้าลัคกี้มากยิ่งขึ้น
เรื่องมีอยู่ว่าคืนหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังหลับสบายอยู่ในห้องนอน ฉันก็ฝันไปว่าเห็นน้ำท่วมจนเอ่อถนน มีปลาทองหลายตัวกำลังว่ายน้ำอยู่ ฉันเดินไปจับปลาเล่น อยู่ดี ๆ น้ำก็ลดลงทันทีแล้วปลาก็กำลังจะขาดน้ำตายบนถนน ในฝัน มีฉันคนเดียวกำลังจับปลาไปใส่ในโถที่มีน้ำอยู่เพื่อให้มันมีชีวิต แต่จับเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว ฉันเห็นบางตัวนอนรอความตายอยู่บนถนนที่ไม่มีน้ำแล้ว มันหายใจผะงาบ ๆ เหงือกเปิดเต็มที่เพื่อหายใจราวกับเป็นเฮือกสุดท้ายของมัน ฉันเศร้าใจมากจนแทบจะร้องไห้ รู้สึกได้ว่าความสงสารในฝันนั้นกระทบลึกลงไปในใจฉัน
พลันฉันก็สะดุ้งตื่นขึ้น นั่งงงอยู่สักครู่ว่าทำไมถึงฝันแบบนี้ได้แล้วก็ลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่เดินเข้าห้องน้ำยังคงง่วงอยู่จึงไม่ได้สังเกตที่ตู้ปลา แต่ขาเดินกลับเข้าห้องนอน ฉันรู้สึกว่าที่ตู้ปลาเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงมอเตอร์ออกซิเจนเหมือนเคย จึงหันไปดู
เชื่อหรือไม่ว่า สายออกซิเจนหลุดออกจากมอเตอร์ดังนั้นมันจึงไม่ได้พ่นออกซิเจนลงไปในน้ำ ฉันไม่รู้ว่ามันหลุดออกมานานขนาดไหนแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ลูกตัวเล็ก ๆ ของเจ้าลัคกี้ลอยหงายท้องตายประมาณสิบกว่าตัว พวกที่เหลือต่างกำลังอาการสาหัสจากการขาดออกซิเจน เห็นได้จากการที่มันต่างกระเสือกกระสนดิ้นรนที่จะเอาชีวิตรอดกันโดยการว่ายขึ้นมาใกล้ผิวน้ำและอ้าปากผะงาบ ๆ หายใจกันใหญ่ ฉันตกใจมากรีบเสียบสายออกซิเจนเข้ากับมอเตอร์ตามเดิม
ฉันนั่งดูพวกมันไปร้องไห้ไปด้วยความสงสาร ยังไม่ยอมตักตัวที่หงายท้องแน่นิ่งออกมา เพราะฉันคิดว่ามันอาจจะสลบไปเพราะอากาศไม่พอ รอสักครู่เมื่อมันได้ออกซิเจนแล้ว อาจจะฟื้นขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่มีตัวใดฟื้น แถมยังมีบางตัวออกอาการร่อแร่ ๆ และตายไปในภายหลังอีกนับสิบตัว ตอนนั้นฉันตักตัวที่ตายทั้งหมดออกสิบกว่าตัว คงเหลืออยู่รวมกับพวกที่มีอาการไม่ดีประมาณยี่สิบกว่าตัวเท่านั้น
นับแต่นั้นมาฉันใช้สก๊อตเทปพันที่ข้อต่อระหว่างสายออกซิเจนกับมอเตอร์อย่างแน่นหนากันการเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้อีก แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ ฉันก็พบว่าความร้อนจากมอเตอร์จะละลายกาวที่สก๊อตเทปทำให้เกิดการหลุดออกมาได้อีก ทางที่ดีคือหมั่นสำรวจทุกเช้าเย็นก่อนออกจากบ้านว่าขั้วข้อต่อทั้งสองติดแน่นดีแล้วหรือไม่ ควรดันสายออกซิเจนเข้ากับข้อต่อที่มอเตอร์ให้แน่นตลอดเวลา
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งปลายปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่ฉันย้ายลัคกี้และครอบครัวไปอยู่บ้านใหม่ที่คุณแม่ฉันซื้อหลังจากมาเยี่ยมฉันที่คอนโดคราวนั้น(เพื่อมาอยู่ใกล้ ๆ ลูก)แถวถนนธนบุรีปากท่อ
ด้วยความจำเป็นในหน้าที่ฉันต้องไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ บางครั้งค้างคืนหลายคืน อีกทั้งลัคกี้และลูก ๆ ตัวโตมากเกินกว่าจะอยู่ในกาละมังซักผ้าและตู้ปลาตามเดิมได้ ฉันจึงตัดสินใจ(ลงทุน) ซื้อตู้ใหม่ใบใหญ่ขนาดยาวประมาณเกือบหนึ่งเมตรพร้อมระบบกรองน้ำอย่างดีครบถ้วนเอาไปไว้ที่บ้านคุณแม่และออดอ้อนขอให้คุณแม่ช่วยดูแลพวกมันด้วย(แม่ฉันไม่รักสัตว์เลี้ยงเลยค่ะ) ส่วนฉันยังคงอาศัยอยู่ที่คอนโดที่หลังสวนเพราะอยู่ใกล้กับบริษัทมากเพื่อประหยัดการเดินทาง ฉันกลับไปเยี่ยมลัคกี้กับลูก ๆ ของมันในวันเสาร์อาทิตย์
มีอยู่คืนหนึ่งฉันก็ฝันถึงปลาทองอีกครั้ง ในฝันคือ ฉันตื่นขึ้นมาพบว่าไฟฟ้าดับอยู่และพวกปลากำลังขาดออกซิเจน มันพากันว่ายน้ำขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำกัน เมื่อฉันเห็นฉันก็รีบหยิบออกซิเจนเกล็ดโปรยลงไปช่วยชีวิตพวกมันไว้ได้
พอรุ่งเช้า ความรู้สึกกังวลเรื่องความฝันยังคงอยู่ ฉันนึกห่วงลัคกี้กับครอบครัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะโทรศัพท์ไปถามคุณแม่ของฉันเพราะเกรงว่าคุณแม่อาจจะโมโหและคิดว่าฉันไม่ไว้วางใจความสามารถของท่าน อาจจะพาลไม่ช่วยเลี้ยงดูพวกมันอีกต่อไป สุดท้ายเย็นวันนั้นฉันก็อดทนต่อไปไม่ไหวด้วยความเป็นห่วง จึงโทรศัพท์ไปถามคุณแม่ในที่สุด ซึ่งก็ปรากฏว่า คืนวันก่อนไฟดับอย่างที่ฉันฝัน และเป็นเวลารุ่งเช้าพอดีที่คุณแม่ตื่นมาพบเข้า จึงใส่ออกซิเจนเกล็ดลงไป ลัคกี้จึงปลอดภัย แต่ก็มีลูกของลัคกี้ตัวเล็ก ๆ ที่อ่อนแอบางตัวเสียชีวิตลงอีก
เรื่องนี้ต้องสุดแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน ใครฟังแล้วจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ฉันและครอบครัวก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะสรุปออกมาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับปลาเหล่านี้ นอกเสียจาก“สายใยแห่งความผูกพัน”
การจากไปของเลิฟลี่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของฉันและลัคกี้อย่างมาก ฉันเฝ้าครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ที่เกิดจากความผิดพลาดในการเลี้ยงดูเลิฟลี่ของฉันอันอาจจะเป็นสาเหตุแห่งความตายของมันเพื่อที่จะระมัดระวังยิ่งขึ้นในการเลี้ยงดูลัคกี้และลูก ๆ
พี่ที่ร้านขายปลาบอกว่า มีความเป็นไปได้สูงอีกทางหนึ่งว่าเลิฟลี่จะตายเพราะ “โรคเกล็ดตั้ง”
“โรคเกล็ดตั้ง” เกิดจากการที่ปลาได้รับอาหารประเภทโปรตีนมากเกินไป(จากอาหารเม็ด) หรือ อาจมีอีกสาเหตุคือ น้ำที่เลี้ยงปลาสกปรกมากทำให้เส้นเลือดใต้เกล็ดปลาบวมพองจนเกิดถุงใต้น้ำที่ใต้เกล็ด ถุงน้ำนี้จะเป็นตัวที่ดันให้เกล็ดของปลาตั้งขึ้นมา
อาการคือ เกล็ดของปลาจะตั้งชั้นขึ้นทั้งตัว ปลาจะควบคุมตัวเองไม่ได้และพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเสมอ ๆ นอกจากนี้มันจะมีอาการเซื่องซึมและไม่กินอาหาร
ฟังดูแล้วอาการส่วนใหญ่ก็คล้ายที่เจ้าเลิฟลี่เป็น และเป็นความผิดของฉันอีกที่ให้แต่อาหารเม็ดมัน ไม่เคยซื้อหาอาหารสดมาให้เลย แต่สุดท้ายแล้ว ทั้งฉันและพี่บัญชา รวมทั้งคุณหมอก็ไม่สามารถจะสรุปได้ว่าเลิฟลี่เป็นโรคอะไรตาย ฉันได้แต่เฝ้าระวังสังเกตอาการลัคกี้และลูก ๆ ของมันเพราะกลัวว่ามันจะเป็นเหมือนเลิฟลี่
การป้องกันและรักษาโรคนี้ คือเปลี่ยนอาหารสำเร็จรูปเป็นการให้อาหารสดจำพวกไรแดงหรือลูกน้ำ เป็นระยะๆ เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อย ๆ และใส่เกลือลงไปในตู้ปลานิดหน่อยทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ
หลังจากเลิฟลี่เสียไป ลัคกี้กลับกลายเป็นปลาทองตัวใหญ่สวยงามแต่ซึมเศร้า มันกินอาหารน้อยลงและไม่ร่าเริงเหมือนก่อน วัน ๆ ก็จะว่ายน้ำช้า ๆ ในกาละมังของมันอย่างเดียวดาย แม้ว่าฉันจะปล่อยลูก ๆ ของมันลงไปว่ายน้ำเล่นเป็นเพื่อนกันในกาละมังอยู่บ่อย ๆ เวลาที่ล้างทำความสะอาดตู้ปลาก็ตาม
หากว่าสายใยแห่งรักขาดสะบั้นลงง่าย ๆ คำว่า “รัก” ก็คงไม่มีความหมายใด ๆ ในโลกนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เลย รักนำมาซึ่งความสุข และ ความทุกข์เศร้า แต่รักก็มีเสน่ห์และความลึกลับในตัวของมัน โลกนี้ถึงได้ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่ไขว่คว้าหารักแท้และผู้คนที่ระทมทุกข์จากรักนั้น แม้แต่สัตว์ก็ยังไม่เว้น
“หาเมียใหม่ให้มันอีกตัวนึงก็สิ้นเรื่อง”
พี่บัญชาแนะนำหลังจากฟังฉันปรับทุกข์อาการของลัคกี้ให้ฟัง พี่แจ๊ดพยักหน้าเห็นด้วยขณะกำลังรับโทรศัพท์ลูกค้าอยู่ เช่นเดียวกับบัวตองที่มือหนึ่งกำลังถือขวดน้ำยาเช็ดกระจกยี่ห้อดัง อีกมือหนึ่งถือผ้าขี้ริ้วดำเขรอะยืนฟังฉันเล่าเรื่อง
“จะหาเมียใหม่ให้ลัคกี้น่ะค่ะพี่ ไม่ผิดศีลธรรมใช่ไหม เมียเก่าตายเลยแต่งเมียใหม่”
พี่ผู้หญิงคนขายปลาที่เอ็มโพเรี่ยมหัวเราะขำคำพูดของฉัน
“ไม่ผิดหรอกค่าน้อง แต่ถ้าเมียเก่ายังอยู่ จะเอาใหม่ละก็ ฮึ่ม…”
“ฮึ่ม อะไรกันคุณ” สามีถาม
“ก็ปลาที่ร้านจะมีอาหารสดพิเศษเพิ่มอีกอย่างไงคะคุณ แต่ไม่รู้ว่ามันจะยอมกินกันหรือเปล่านะ” พี่ผู้หญิงตอบสามีของเธอ
“ตัวนี้ละกันนะมี่ พี่ว่าลักษณะมันดีออก พึ่งออกจากฟาร์ม ๆ ร้อน ๆ ปกติพี่ไม่กล้าขายใครนะถ้าไม่รู้จักเนี่ยะ ปลาพึ่งมาจากฟาร์มพี่จะพักไว้วันสองวันกลัวติดโรคไปน่ะจ๊ะ”
เธอตักปลาทองออรันดาสาวสีสดตัวหนึ่งมาให้ฉันดู ฉันกะเอาเองว่ามันมีขนาดใกล้เคียงกับลัคกี้ มันมีรูปร่างหน้าตาที่น่ารักมาก อาจจะดูสวยกว่าเลิฟลี่เสียด้วยซ้ำเพราะหัววุ้นใหญ่กว่าและหางยาวพลิ้วกว่า ดูแล้วเป็นปลาที่ได้รับการดูแลมาจากฟาร์มอย่างดี แต่มันดูผอมกว่าเลิฟลี่นิดหน่อย(ประสาสาวสมัยใหม่) ปลาสาวเหลือบมองฉันอย่างรำคาญที่จ้องมันตาไม่กระพริบ มองกันไปมองกันมาฉันก็ชี้หน้ามัน
“แกชื่อเฟรนด์ลี่นะ กลับบ้านกับแม่นะลูก ไปอยู่เป็นเพื่อนพี่ลัคกี้เขานะจ๊ะ”
ฉันกลับบ้านมาพร้อมกับถุงพลาสติกใสป่อง ๆ ข้างในมีออรันดาสีส้มตัวใหญ่หน้าตาตื่นอยู่หนึ่งตัว ฉันพรีเซนต์เจ้าเฟรนด์ลี่ให้เจ้าลัคกี้สนใจขณะแกะหนังยางที่รัดปากถุงมาอย่างแน่นหนา
“แต่น แตน แต๊น!!! ขอแนะนำสาวงามหมายเลขหนึ่ง นางสาวเฟรนด์ลี่ค่า!!! ส่งประกวดโดยเครื่องสำอางค์ปลาว่อน… สัดส่วน 36-24-36… ”
“สาวงามหมายเลขหนึ่งได้เป็นนางงามปลาไทยในปีนี้ค่า..โปรดมารับรางวัลด่วน..”
“ยินดีด้วยนะค้า รางวัลของคุณคือ บ้าน(กาละมังซักผ้านั่นเอง) พร้อม สามีและลูกติดของสามีค่า ….ปรบมือ…”
ด้วยความเป็นห่วงอาการทางจิตของลัคกี้ ฉันมอบเพื่อนใหม่ให้มันทันที ฉันปล่อยเฟรนด์ลี่ลงในกาละมังเดียวกับเจ้าลัคกี้หลังจากแช่ถุงใส่เฟรนด์ลี่ในกาละมังอยู่ประมาณสิบห้านาทีแล้ว ซึ่งนานพอที่มันจะปรับอุณหภูมิร่างกายให้เข้ากับน้ำใหม่ได้แล้ว พอลงไปอยู่เคียงกันแล้ว ฉันพบว่าเฟรนด์ลี่ตัวเล็กกว่าลัคกี้อยู่ค่อนข้างมาก
“เอาน่ะ เล็กใหญ่ไม่ใช่ปัญหา เมียเด็กน่ะดีเหมือนกันนะลัคกี้”
ลัคกี้ว่ายเขามาสำรวจเพื่อนใหม่อย่างสนใจ นั่นทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาก
การที่ฉันปล่อยปลาใหม่ลงไปรวมกับปลาเก่าทันทีนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากโดยทั่วไปปลาที่พึ่งออกจากฟาร์มอาจจะมีเชื้อโรค เห็บ ฯลฯ ติดตัวมาด้วย หากปล่อยลงไปผสมกับปลาที่เลี้ยงไว้อยู่ก่อนแล้วอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคได้วิธีที่ถูกต้องก็คือ หากซื้อปลาใหม่มาไม่ควรใส่ลงไปในตู้เดียวกับปลาที่เลี้ยงอยู่ในทันที ควรจะแยกเลี้ยงในตู้อื่นต่างหากสักสองสามวันเพื่อรอดูอาการให้มั่นใจว่าปลาที่ซื้อมาใหม่ปลอดภัย ไร้สารจริง ๆ จึงจะนำเลี้ยงรวมกัน บางคนจะใส่ยาฆ่าเชื้อโรคอ่อน ๆ เลยด้วยซ้ำเพื่อป้องกันโรค
อย่าเอาอย่างฉันนะคะ….อันนี้ก็ซีเรียสค่ะ
ลัคกี้ว่ายน้ำมาสำรวจ ตรวจตราปลาสาวน้อยที่ฉันหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้เป็นคู่ขวัญตัวใหม่ที่ช่วยเยียวยารักษาใจของมัน
ลัคกี้มองไป มองมา ด้วยหางตา เฟรนด์ลี่รีบว่ายน้ำไปอยู่ใกล้ ๆ เสนอหน้าเต็มที่ ฉันเฝ้ามองดูด้วยใจระทึก ลัคกี้มอง ๆ ๆ และแล้วมันก็หันหลังว่ายน้ำหนีไป ปล่อยให้ฉันกับเฟรนด์ลี่ งงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
“ลัคกี้ ตัวนี้ระดับนางงามเชียวนะลูก..”
การณ์กลับกลายเป็นว่าเฟรนด์ลี่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามเจ้าลัคกี้ต้อย ๆ ไม่ว่าลัคกี้จะว่ายน้ำไปที่ไหนมันก็จะระริกระรี้ว่ายตาม ลัคกี้ว่ายมันก็ว่าย ลัคกี้หยุด มันก็หยุด พอลัคกี้หันมาทำท่ารำคาญ เฟรนด์ลี่ก็ก้มหน้าทำท่าจ๋อย ๆ
“โถ เจ้าเฟรนด์ลี่ แกมันไร้เสน่ห์ขนาดนี้เชียวหรือลูก”
นี่แหล่ะน้า… ที่เค้าว่า คนสวยแต่ไม่มีเสน่ห์สู้คนที่สวยน้อยกว่าแต่น่ารักไม่ได้
“เอาเถอะ ๆ แกอดทนหน่อย อีกไม่นานลัคกี้มันก็จะต้องมางอนง้อแกตัวเดียวนะแหล่ะนะ มีกันอยู่สองตัวแค่นี้ มันจะหนีไปหาใครที่ไหนได้ พอถึงตอนนั้นแกก็เล่นตัวให้สุด สุด ไปเลยนะลูกนะ “
ฉันกระซิบให้กำลังใจเจ้าเฟรนด์ลี่ มันยังคงไม่ละความพยายามในการว่ายน้ำตามก้นเจ้าลัคกี้ต่อไป…
