กว่าขวบปีผ่านไปที่ลัคกี้อยู่กับฉัน ขณะนี้มันตัวโตขึ้นมาเป็นเกือบสามเท่านับจากที่ฉันอุ้มมันมาจากบริษัท ฉันตั้งชื่อเจ้าปลาน้อยตัวนี้ว่า “ลัคกี้” ให้สมกับความโชคดีของมันที่สามารถรอดชีวิตมาได้
เพื่อนตายไปหมด ตัวเองอาการร่อแร่ เชื้อโรคเกาะขาวไปทั้งตัว ครีบเปื่อยหางเปื่อย ภายในหนึ่งอาทิตย์ ปลาน้อยตัวนี้กลับฟื้นคืนกลับมาแข็งแรง แถมยังกินเก่งมาก จนบัดนี้ตัวอวบใหญ่ ลักษณะปลาทูหมดไป มันกลายเป็นปลาทองออรันดาเต็มตัวที่สวยสง่า ที่หัวมีวุ้นสีส้มเคลือบอยู่ขนาดสมวัย คีบหลังตั้งเหยียดตรง หางยาวเป็นพวงแยกสยายเหมือนปีกผีเสื้อ เวลาว่ายน้ำ หางของมันพลิ้วไหวไปมาดูสวยงามมาก
ยังจำได้ ตอนพาไปให้หมอดู คุณหมอเองยังบอกว่า
“หมอไม่คอนเฟิร์มนะว่าจะรอด!!!”
แต่ลัคกี้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า” หนูทำได้!” ฉันจึงเห็นว่า ไม่มีชื่อไหนเหมาะกับมันมากไปกว่า “ลัคกี้” อีกแล้ว
จริงๆ แล้วต้องขอบคุณคุณหมอ คำพูดของคุณหมอนำความวิตกใหญ่หลวงมากให้ฉัน ดังนั้น ฉันจึงยิ่งดูแลเอาใจใส่ลัคกี้อย่างใกล้ชิด ฉันหมั่นไปคุยกับพี่ร้านขายปลาที่เอ็มโพเรี่ยมบ่อย ๆ ไปทีนึงซื้อของอย่างนึงแล้วปรึกษาอาการของลัคกี้ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์มาช่วยรักษาดูแลมัน จนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลาทองไปอีกคน
“มันคือเห็บปลา!!!”
นี่คือคำเรียก ไอ้เจ้าสิ่งมีชีวิตที่เหมือนเกล็ดปลาแต่หายใจได้ ที่ฉันแงะออกจากตัวลัคกี้เมื่อ
วันนั้น เป็นตัวอย่างหนึ่งของความรู้ที่ได้รับมาจากพี่ขายปลา ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าปลามีเห็บกับเขาเหมือนหมา แมว และเพิ่งเคยเห็นเห็บปลาตัวแรกและตัวเดียวในชีวิต ช่างน่าอัศจรรย์…
ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะคะ เจ้าเห็บนี่มันร้ายกาจมากขนาดที่ว่ามันอาศัยอยู่ในตู้ปลาและทน
ทายาดด้วยค่ะ ต่อให้เราเอาทรายมาล้างมาขัดมาต้ม บางทีมันจะยังรอดชีวิตอยู่ไปคอยดูดเลือดปลาที่เรารักได้อีก ฉันจึงถึงบางอ้อว่าทำไมปลาเทวดาของบริษัทถึงตายไปเป็นหลายร้อยตัว บางทีจุดขาว ๆ ที่เห็นและเราคิดว่าเป็นโรคจุดขาวนั้น ที่จริงแล้วอาจมีบางส่วนเป็นเห็บพวกนี้ก็เป็นได้ มันรุมดูดเลือดปลาต่อหน้าต่อตาเราโดยที่เราไม่เคยรู้เลย ตอนนั้นหากฉันไม่เกิดอาการคันไม้คันมือจับลัคกี้มาแกะเห็บออกมาดู ลัคกี้อาจตายไปแล้วก็ได้ โดยที่ฉันก็นึกว่ามันตายเพราะโรคจุดขาว
แต่คุณอย่ามือซนแบบฉันนะคะ เพราะคำแนะนำสำหรับการกำจัดเห็บปลาก็คือ หาซื้อยาฆ่าเห็บมาใส่ หากจับปลามาแงะงัดแบบฉันนี่ โอกาสที่ปลาจะช้ำตาย จากแผลติดเชื้อมีได้สูง(บาปโดยไม่รู้ตัว)
แต่ลัคกี้ รอดมาได้ ก็บอกแล้วว่ามัน “ลัคกี้!!!”
คุณสมเกียรติ พี่บัญชา พี่แจ๊ด คุณบัวตอง น้าทอง พี่สามารถ ฯลฯ แม้แต่นายชาวมาเลเซียของฉันยังคอยถามถึงเจ้าลัคกี้กันบ่อย ๆ ฉันก็จะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับลัคกี้ให้เขาฟังแทบทุกวัน เรียกได้ว่าเหมือนมันเป็นลูกของฉันจริง ๆ ลัคกี้อย่างงั้น ลัคกี้อย่างนี้ เมื่อวานนี้นะลัคกี้ ฯลฯ… ก็เรามีกันอยู่เพียงสองคนนี่นา (รู้สึกเหมือนเป็นซิงเกิ้ลมัมค่ะ)
ส่วนนายชาวมาเลเซียของฉัน หลังจากฟังเรื่องของลัคกี้แล้ว นายน่ารักมากที่เชื่อเหตุผลของฉันเรื่องโรคจุดขาวที่เกิดจากอากาศในห้องเย็นเกินไป และเจ้าเห็บที่อาจจะมีเป็นล้านตัวในตู้ปลาใบนั้น นายจึงตัดสินใจไม่เลี้ยงปลาอีกต่อไป นายขายตู้ใบนั้นให้พี่บัญชาซึ่งตามตื้อนายให้ขายให้เขาในราคาถูกแสนถูก พี่บัญชาบอกว่าเขาเอาตู้ไปล้างฆ่าเชื้อโรคอย่างดี ต้นไม้เอามาขัดถูเชื้อราที่ติดอยู่ออกจนหมด ทรายและก้อนหิน เทออกมาล้างต้มโดยใช้อุณหภูมิสูงฆ่าเชื้อโรคอื่น ๆ และเห็บ เหน็ดเหนื่อยมากทีเดียวกว่าจะกล้าเอาไปเลี้ยงปลาอื่น
ชีวิตของฉันกับลัคกี้ราบรื่นมากหลังจากมันหายป่วย มีบ้างที่ฉันดุด่าว่ากล่าวที่มันกินเก่งมาก ตะกละสุดขีด ผลที่ตามมาคือฉันต้องเปลี่ยนน้ำมันทุกอาทิตย์เพราะมัน”อึ” เยอะเหลือเกิน(ขนาดตัวเดียวนะคะ) อีกอย่างคือบ้านของมันอยู่ติดกับหน้าต่างซึ่งทำให้แสงแดดส่องถึงโดยตรงตลอดเวลา ทำให้มีตะไคร่น้ำสีเขียวอื๋อเกาะทั่วกระจก หากไม่ล้างฉันไม่สามารถมองเห็นลัคกี้ได้ชัดเจนนักจากด้านนอก
พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำ พี่ที่ร้านขายปลาแนะนำฉันว่า ปลาทองเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวมาก น้ำที่สกปรกทำลายสุขภาพปลา ปลาอาจป่วยและตายในที่สุดหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะออกซิเจนในน้ำหมด นักเลี้ยงปลาทองจะเปลี่ยนน้ำทุกวันโดยการเอาน้ำเก่าทิ้งยี่สิบเปอร์เซนต์ และเติมน้ำใหม่เข้าไป ยี่สิบเปอร์เซนต์ แต่คนทั่วไปไม่ขยัน(หรืออาจไม่มีเวลา) อย่างนักเลี้ยงมืออาชีพ จึงมักจะเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้งหรือหลายเดือนครั้ง ซึ่งส่งผลให้ปลาไม่แข็งแรง บางคนอาจเถียงว่าคนขายปลาเขาแนะนำค่ะว่าไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะตู้ปลาปัจจุบันมีระบบกรองน้ำที่ดี แต่คุณต้องเข้าใจว่าคนที่จะขายสินค้าเขาก็ต้องโฆษณาสินค้าของตัวเองอย่างดี ไม่บอกข้อเสียอะไรละเอียดหรอกค่ะ
ดิฉันไม่ได้จะไปถล่มใครนะคะ เอาแค่ว่าผู้ใดมีใจบริสุทธิ์รักปลาจริง ๆ ขอให้ไปดูที่แผ่นกรองน้ำเถอะค่ะ คุณจะเห็นเลยว่ามีทั้งอึปลาทั้งพยาธิยั้วเยี้ยเต็มไปหมด นี่เป็นแค่สิ่งที่เราเห็นด้วยตาเปล่านะคะ ไอ้ที่เล็กกว่าตาเราจะมองเห็นน่ะมีอีกเยอะ ดังนั้น กรุณาเถอะค่ะ ขยันหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำให้พวกเขาหน่อย อาจจะแค่ตักน้ำออกหนึ่งถึงสองขันแล้วเติมเข้าไปปริมาณเท่าเดิมก็ได้แล้ว แค่ลองคิดง่าย ๆ ว่า หากเราเป็นนักโทษ ถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ อากาศจำกัดแน่นอนอยู่แล้ว แต่เรากิน เราหายใจ เราไอ เราอึ เราทำอะไรก็อยู่ในนั้น ต่อให้เอาเครื่องกรองอากาศยี่ห้อดังระดับโลกมาใส่ไว้หนึ่งเครื่องก็เถอะ เราจะมีชีวิตอยู่ได้ไหม เราอยากจะให้ผู้คุมช่วยทำความสะอาดห้องขังนี้ หรือ เปิดประตูหน้าต่างเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้เราหรือไม่?
การที่เราจะรับผิดชอบชีวิตสักชีวิตหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นเพียงชีวิตเล็ก ๆ ดิฉันคิดว่าเราควรจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายแม้นไม่มีคำขอบคุณเอ่ยออกมาให้ชื่นใจ แต่แววตาของชีวิตนั้นซึ่งมองมา มีค่ามากกว่าสิ่งใด
เดือนแรกของปี 2000 ฉันยังคงยุ่งอยู่กับการหาลูกค้ารายใหม่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของตัวเองหลังจากที่นายกรุณาให้ฉันพ้นช่วงทดลองงานเมื่อหกเดือนที่แล้วด้วยคะแนนที่เฉียดฉิว จริงๆ แล้วฉันไม่สามารถหาลูกค้าเพิ่มตามเป้าที่ได้รับมอบหมายได้ แต่ให้โชคดีเหลือเกินที่ว่า พนักงานคนอื่นๆ ก็มีปัญหาเดียวกับฉัน มีเพียงพี่บัญชาเท่านั้นที่ยอดพุ่งกระฉูดอยู่คนเดียว นายเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของพนักงาน ทุกคนทำหน้าที่กันเต็มที่ แต่ภาวะเศรษฐกิจช่วงนั้นมันย่ำแย่จริง ๆ การที่เราก้าวช้า ๆ ในช่วงนั้นกลับกลายเป็นข้อดีที่ว่า ปัญหาหนี้เสียของเราไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ผิดกับคู่ต่อสู้บางบริษัทของเราที่ตะลุยเอาตัวเลข จนกระทั่งเกิดปัญหาหนี้เสียบานปลายไปกันใหญ่
ฉันจึงมีความสุขเหลือเกินหลังจากได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้รับโบนัสในปีนั้นเพราะบริษัทต้องหั่นกำไรไปสำรองหนี้สูญตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย
ปัญหาอย่างเดียวก็คือ นานวันเข้าฉันค้นพบว่าเจ้าลัคกี้มีท่าทีซึมเศร้าเหงาลึก อาจจะด้วยว่ามันยังเล็กอยู่มากและในวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์มันต้องอยู่บ้านตัวเดียวท่ามกลางความมืดมิด เพราะว่าฉันจะกลับบ้านประมาณสองสามทุ่มทุกวัน ระหว่างที่รอฉันกลับบ้านไป มันอาจจะเกิดความเครียดขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่ามันดีใจเวลาที่ฉันเปิดประตูบ้านเข้าไปและเปิดไฟ มันว่ายน้ำอย่างร่าเริงสดใส
เช้าวันเสาร์วันหนึ่งที่ฉันมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่บ้านทั้งวันเพราะไม่ได้ตะลอนไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ หรือไปเยี่ยมเยียนญาติสนิทมิตรสหายที่กรุงเทพฯ เหมือนเคย ฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าอาการซึมเศร้าไร้ชีวิตชีวาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ธรรมดา ๆ ลัคกี้ทานอาหารน้อยลง อาหารที่ให้ตามปกติกลับเหลือลอยอืดอยู่บนผิวน้ำ มันว่ายน้ำช้าลงเรื่อย ๆ และบางครั้งก็นอนอยู่ที่ก้นตู้เฉย ๆ อย่างหงอยเหงา ฉันคิดว่ามันไม่สบายเหมือนเคย ลองหยอดยาลงไปก็ไม่ดีขึ้น
ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ ลัคกี้กลายเป็นปลาขี้ตกใจ มันมีอาการเหม่อลอยและจะสะดุ้งโหยงจนน้ำแตกกระจายทุกครั้งที่มีเสียงดัง บางครั้งฉันเดินของฉันปรกติเข้าไปจะให้อาหาร หรือเดินผ่านไปที่หน้าตู้ของมัน มันก็มีอาการสะดุ้งกระโดดผลุงลงน้ำไป หางยาวจะพัดตบน้ำดังลั่นจนน้ำกระเซ็นมันทำหน้าแตกตื่นตกใจราวกับ “เห็นผี!!!” แล้วว่ายน้ำเลิกลั่ก ๆ อยู่สักพัก จนพอได้สติเห็นว่าเป็นฉัน มันถึงจะสงบลง
เฝ้าสังเกตอาการอยู่ประมาณเกือบเดือน เมื่อแน่ใจว่ามันผิดปรกติแน่ ๆ แต่ดูแล้วไม่มีอาการป่วยทางกาย ฉันปรึกษากับพี่บัญชาแล้วจึงคิดว่ามันป่วยทางใจนั่นคือ “โรคเหงา” ฉันจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน
“พี่ ๆ ตัวนี้ตัวเมียหรือตัวผู้คะ” ชี้ไปที่ออรันดาตัวกลมปุ๊กลุ๊กหน้าตาน่ารักสีส้มสดท่าทางแข็งแรงตัวหนึ่ง มันว่ายน้ำหนีไปมาหลบกระชอนที่คนขายปลาที่ชั้นใต้ดินของห้างอิเซตันกำลังควานจับตัวมันอยู่ วันนี้ฉันรีบบึ่งรถมาที่ห้างหลังจากเลิกงาน เพราะคิดว่าจะต้องหาเพื่อนให้เจ้าลัคกี้สักตัวก่อนที่มันจะสติแตกมากไปกว่านี้ จะไปซื้อที่ห้างเอ็มโพเรี่ยมเจ้าประจำก็เกรงว่ารถจะติด ถ้าหากถือปลามาในรถก็อาจจะเมารถติดตายไปเสียก่อนความหวังดีจะกลายเป็นตราบาปไปเสียมากกว่า
“จะเอาตัวเมียหรือตัวผู้ล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันพี่ คือว่าจะเอาไปเป็นเพื่อนกับตัวที่บ้านน่ะค่ะ”
“แล้วไอ้ตัวที่บ้านมันตัวผู้หรือตัวเมียล่ะ คือถ้าของคุณตัวผู้ ผมจะได้เอาตัวเมียไปให้ ผู้
หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันเป็นแฟนกันดีออก”
“เออ จริงด้วยเนอะให้มันเป็นแฟนกัน แต่คือดูไม่เป็นค่ะว่ามันตัวผู้หรือตัวเมีย เค้าดูกันยัง
ไงล่ะพี่”
“’ง่าย ๆ เลยน้อง ถ้าตัวผู้นะตัวมันจะยาวกว่าตัวเมีย ตัวเมียจะตัวกลมป้อม ๆ สั้น ๆ หรือดูที่ครีบก็ได้ ตัวผู้ครีบอกมันจะดูแข็งแรงใหญ่กว่าตัวเมีย ดูสินี่ตัวเมีย ของตัวเมียครีบอกจะบาง ๆ เล็ก ๆ”
“คือยังไง ๆ ก็แยกไม่ออกน่ะพี่ ดู ๆ มันก็เหมือนกันหมด” ฉันดูไม่ออกจริง ๆ ไม่ได้แกล้งโง่
“งั้นดูที่รูก้นมันละกัน”
“รูก้น???” กรี๊ด!!!
“ใช่ครับ รูก้น ถ้าตัวผู้รูก้นมันจะเป็นวงรี มองดูเป็นเส้นตรง แต่ถ้ารูก้นตัวเมียมันจะเป็นรู
กลม ๆ เห็นชัดเลยวงรีกับวงกลม นี่ไงตัวนี้ตัวเมีย”
เขาชี้นิ้วไปที่ ”รูก้น” ของปลาสาวตัวหนึ่งที่เผอิญว่ายน้ำเข้ามาใกล้ มันรีบว่ายหนีไปในทันทีด้วยความเขินอาย
“แต่ตัวที่บ้านไม่รู้รีหรือกลมนี่พี่ ไม่เคยไปเปิดของมันดู” ฉันทำท่ากลุ้มใจแต่ยังไง ๆ วันนี้ก็จะต้องเอาหนึ่งตัวกลับไปให้เป็นเพื่อนลัคกี้ให้ได้เพราะท่าทางมันเข้าขั้นโคม่าแล้ว
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เอาตัวนี้แหล่ะ คือว่ามันรูปร่างหน้าตาตรงกันข้ามกับตัวที่บ้านน่ะ”
ฉันชี้ไปที่ออรันดาตัวกลมปุ๊กลุก สีส้มสวยสด หัววุ้นตรึม หางยาวสวย คะเนด้วยสายตา
ขนาดใกล้เคียงกับลัคกี้ ปลาทั้งฝูงราวยี่สิบตัวแตกฮือเมื่อฉันไปจิ้ม ๆ ที่กระจก เจ้าตัวนี้ก็เช่นกัน มันว่ายน้ำหนีไปปนกับตัวอื่น ๆ จนฉันตาลายดูไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน แต่คนขายปลาเก่งกว่าเอากระบวยก้านยาวล้วงลงไปตักไว้ได้ทัน
“ตัวนี้เป็นตัวเมียนะ ดูลักษณะแล้วสวยแบบออรันดาแท้เลย สีดี หาง ครีบ ไม่มีช้ำ น้องก็
เลือกเก่งเหมือนกันนะ อ้อ เวลาเทลงตู้ต้องค่อย ๆ เท ไม่งั้นปลามันจะตกใจ ปลาเปลี่ยนน้ำก็มีสิทธิช๊อคตายได้นะ น้องต้องเอาทั้งถุงลงไปแช่ในตู้สักแป๊ปนึงก่อนพอให้ปลามันปรับอุณหภูมิร่างกายให้เข้ากับน้ำใหม่แล้วค่อยปล่อยมันลงไป”
ฉันขอบอกขอบใจคนขายปลาที่ให้คำแนะนำตั้งหลายอย่างโดยไม่รำคาญการเซ้าซี้ถามโน่น ถามนี่ของฉัน
“เลิฟลี่ แม่ตั้งชื่อให้ลูกว่าเลิฟลี่นะ ไม่ต้องกลัวนะไปอยู่กับแม่กับพี่ลัคกี้นะจ๊ะ เป็นเพื่อนกันไง” ฉันกระชิบกับปลาสาวแสนสวยเมื่อเห็นมันทำท่าตื่นตระหนกกับการเดินทาง มันว่ายไปมาอยู่ในถุงพลาสติกใสขนาดย่อมที่อัดด้วยออกซิเจนจนถุงพองก่อนจะรัดปากถุงด้วยหนังยางอย่างแน่นหนากันการหกรดของน้ำ เมื่อถึงบ้านก็แนะนำเลิฟลี่กับลัคกี้ให้รู้จักกัน
“ลัคกี้ นี่เลิฟลี่เพื่อนใหม่ของลูก เขาไฮโซหน่อยนะลูก ตัวละตั้ง 120 แน่ะ อย่าทะเลาะกันนะเป็นเพื่อนรักกันนะ เอ้า!”
ฉันทำตามคำแนะนำของคนขายปลาทุกขั้นตอน ในขณะที่แช่ถุงพลาสติกที่ใส่เจ้าเลิฟลี่ลงไปในตู้ปลา ปลาสองตัวดูจะตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะลัคกี้ มันคงอยากจะเจอเพื่อนเต็มแก่ มันจึงว่ายไปมารอบ ๆ ถุงที่มีเลิฟลี่อยู่ข้างในอย่างรวดเร็วราวกับกำลังดีใจสุดขีด จนชนถุงหลายครั้ง ในขณะที่เจ้าเลิฟลี่ดูจะรักนวลสงวนตัวมากคือว่ายน้ำหนีลัคกี้อยู่ตลอด และเมื่อเทเลิฟลี่ลงไปเรียบร้อย ปลาสองตัวก็วิ่งไล่กันไปมาอย่างน่าขบขัน ภาพที่เห็นคือลัคกี้ไล่กวดเลิฟลี่อยู่ตลอดเวลาแทบไม่ได้หยุด เลิฟลี่ดูจะรำคาญลัคกี้มากมันว่ายน้ำหนีไปมา แต่ก็ไม่พ้น พอมันเหนื่อยหยุดว่าย ลัคกี้ก็หยุดด้วย ไม่ว่ามันจะหันไปทางไหนเป็นต้องเจอเจ้าลัคกี้ตลอด บางครั้งหัวของลัคกี้เข้าไปจ่อติดกับก้นของเลิฟลี่ชิดขนาดที่ว่าหางของเลิฟลี่ปิดหัวลัคกี้จนมิด(โอ๊ย! น่าเกลียดมาก)
พวกมันจะหยุดไล่กันก็ตอนให้อาหารเท่านั้น พอฉันหยอดอาหารลงไป พวกมันจะพากันว่ายน้ำอย่างรวดเร็วราวกับนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิคเข้ามาอ้าปากฮุบอาหารเม็ดพร้อมกันอย่างไม่ยอมน้อยหน้า หรือไม่ก็กลัวว่าจะกินไม่ทันอีกตัว แต่ลัคกี้น่าเกลียดกว่าคือ มันกระโดดฮุบอาหารโดยการชนเลิฟลี่กระเด็นไป เลิฟลี่จะเจียมตัวมาก พอโดนชนมันยอมให้ลัคกี้กินก่อนแล้วมันจึงค่อยว่ายต้วมเตี้ยมๆ ขึ้นมาฮุบอาหาร แต่พอกินอาหารหมดแล้วทั้งสองตัวก็วิ่งไล่กันอีก
ฉันเพิ่งสังเกตว่าเลิฟลี่ตัวเล็กกว่าลัคกี้ แต่มันจะท้องใหญ่กว่าเท่านั้นเอง พลันนึกไปถึงคำพูดของคนขายปลาที่ว่า ปลาตัวใหญ่มักจะแย่งอาหารตัวเล็กและอาจจะรังแกตัวเล็กได้ ดังนั้นควรจะแยกเลี้ยง คิดได้ดังนั้นก็ตกใจ ยิ่งเห็นลัคกี้ตั้งหน้าตั้งตาว่ายไล่กวดเลิฟลี่ไม่หยุดราวกับเป็นบ้า ฉันยิ่งกังวลใจ
“อย่ารังแกน้องนะลัคกี้!” กำชับเสียงเข้มแถมทำตาดุมัน
ฉันไม่มีทางรู้เลยว่าระหว่างที่ลัคกี้มันว่ายไล่เจ้าเลิฟลี่อยู่นั้นมันตะโกนภาษาปลาออกมาด้วยว่า “Lovely Oh My Love!!!”
